วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ความรู้เรื่อง ข้อยกเว้นการจ่ายจำนวนเอาประกัน

ข้อยกเว้นการจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัย

1.ผู้เอาประกันไม่ชำระเบี้ยประกันชีวิตภายในระยะเวลาผ่อนผัน 31 วัน : กรมธรรม์จะขาดอายุ หมดความคุ้มครอง

2.แถลงข้อความอันเป็นเท็จ : ข้อแถลงของผู้เอาประกันในใบคำขอเอาประกันชีวิต , ใบแถลงสุขภาพ ซึ่งรู้อยู่แล้วและแถลงข้อความอันเป็นเท็จ ตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป นับตั้งแต่วันทำสัญญาประกันภัย หรือ วันต่ออายุกรมธรรม์ครั้งสุดท้าย

3.ผู้เอาประกันฆ่าตัวตายภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันทำสัญญาประกันภัย หรือ วันต่ออายุกรมธรรม์ครั้งสุดท้าย : บริษัทจะคืนเบี้ยประกันชีวิต หรือ เบี้ยการต่ออายุสัญญาประกันภัย (กรณีไม่ชำระเบี้ยประกันชีวิตภายในระยะเวลาผ่อนผัน 31 วัน) ครั้งสุดท้ายแล้วแต่กรณี

4.ผู้เอาประกัน ถูก ผู้รับประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา : บริษัทจะคืนเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ให้แก่ทายาทของผู้เอาประกัน หากกรมธรรม์ยังไม่มีมูลค่าเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ บริษัทจะคืนเบี้ยประกันที่ได้ชำระมาแล้วให้แก่ทายาทของผู้เอาประกัน ในกรณีที่มีผู้รับประโยชน์มากกว่าหนึ่งคน หากผู้รับประโยชน์คนใดไม่มีส่วนร่วมในการฆ่า บริษัทจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันให้แก่ผู้รับประโยชนที่ไม่มีส่วนร่วมในการฆ่าตามส่วน เมื่อหักส่วนของผู้ที่ฆ่าผู้เอาประกันซึ่งไม่มีสิทธิได้รับออก โดยบริษัทจะไม่คืนเบี้ยประกันส่วนนี้ทั้งหมดด้วย

บทสรุป

ด้วยเงื่อนไขง่ายๆ แค่ 4 ข้อ คุณจึงมั่นใจได้ว่า การทำประกันชีวิตจึงเป็นการย้ายความเสี่ยงทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นภายในอนาคตของคุณได้ มั่นใจ 100% ได้ว่าประกันชีวิตจะคุ้มครองคุณ และครอบครัวที่คุณรัก

 

วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เกษียณไม่ใช่เรื่องไกลตัว

เกษียณไม่ใช่เรื่องไกลตัว ควรเก็บหอมรอมริบให้พอ เงินเหลือก็ดีสำหรับคนข้างหลัง ถ้าเงินหมดแล้วยังไม่ตายนี่สิน่าคิด

"ที่สุดแห่งความเสียดาย คือ ตายไปแล้วใช้เงินไม่หมด" "ที่สุดแห่งความสลด คือ ใช้เงินหมดแล้วยังไม่ตาย" ประโยคหลังน่าจะน่ากลัวกว่า ป...ระโยคแรกเพราะถ้าเราตายแล้ว เงินยังเหลือก็เป็นเรื่องดีคนข้างหลังจะได้ไม่ลำบาก แต่ถ้าใช้เงินจนหมดแล้วยังไม่ยอมตายนี่ล่ะสิที่น่าคิด แล้วชีวิตหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร อดมื้อกินมื้อหรืออย่างไร ยิ่งแนวโน้มข้างหน้าคนเราอายุยืนยาวขึ้น ทำให้ระยะเวลาในการใช้ชีวิตหลังเกษียณจะมากขึ้น เงินที่เตรียมใช้หลังเกษียณก็ต้องมีประมาณพอสมควรที่เดียว ถึงจะอยู่ได้อย่างไม่เดือดร้อน

ถึงแม้ปัจจุบันนี้เราจะใส่ใจการออมกันเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่ในเรื่องของการวางแผนการเงินสำหรับอนาคตยังมีน้อยมากทำให้เกิดเหตุการณ์ "น่าสลด คือ ใช้เงินหมดแล้วยังไม่ตาย" อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าตอนนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เมื่ออายุยืนยาวขึ้นปัจจัยที่จำเป็นในการดำรงชีพยิ่งมีความสำคัญ และปัจจัยเหล่านี้ต้องซื้อหาด้วยเงินทั้งนั้น

เพราะฉะนั้นเงินที่เราต้องเตรียมสำหรับอนาคตข้างหน้าคงไม่ใช่จำนวนน้อยๆ แค่กินข้าวให้ครบ 3 มื้อๆ ละ 100 บาท วันละ 300 บาท หลังเกษียณอยู่ไปอีก 20 ปี ยังต้องใช้เงินถึง 2,190,000 บาท ดังนั้น การออมต้องเริ่มต้นตั้งแต่เนิ่นๆ ทันทีที่มีรายได้ต้องเริ่มออม รอออมตอนอายุมากเงินเดือนมากๆ ออมไม่ทัน ออมวิธีปกติทั่วไปก็ไม่พอ ต้องรู้จักให้เงินทำงาน แต่เราไม่มีความรู้ด้านการเงินจะทำอย่างไร?

ลงทุนในกองทุนรวมน่าจะเป็นวิธีที่เริ่มต้นที่ดีสำหรับผู้ที่จะเริ่มหัดใช้เงินไปทำงาน ศึกษาข้อมูลเลือก บลจ.ที่น่าเชื่อถือ ผู้จัดการกองทุนที่มีประวัติบริหารงานจัดการที่ดี ศึกษาและเลือกกองที่จะลงที่ไม่มีความเสี่ยงมาก เช่น กองที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ ฯลฯ และใช้ประโยชน์จากกองที่ช่วยในการลดหย่อนภาษีซึ่งจะทำให้เราได้เงินภาษีที่จ่ายไปคืนมาบางส่วน เมื่อมีความรู้ความเข้าใจจึงขยับไปลงกองที่ลงทุนในหุ้น ซึ่งผลตอบแทนจะสูงขึ้น แต่ขณะเดียวกันความเสี่ยงก็ตามมาเช่นกัน ต้องดูความทนทานในการรับความเสี่ยงของแต่ละคนด้วย การให้เงินได้ทำงานจะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายการเงินได้เร็วขึ้น

การออมปกติอาจจะช่วยให้เรา "รอด"การลงทุนให้เงินได้ทำงานจะเริ่ม "รวย"แต่ถ้ามีการบริหารจัดการเงิน จัดพอร์ต การลงทุนให้ดียึดหลักกระจายความเสี่ยง วางแผนการลงทุนอย่างเป็นระบบมีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ เราจะเริ่ม "มั่งคั่ง" คือ หาได้มากกว่าจ่ายและมีเงินเหลือ ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องมีเงินเยอะๆ หลังจากนั้นก็สะสมความมั่งคั่งไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นไม่ใช่การลงทุนอย่างเดียวที่จะสร้างความมั่งคั่งให้เราได้ แต่ต้องมีวินัยเรื่องการออมและการใช้จ่ายด้วย ต้องระมัดระวังไม่ใช้จ่ายเกินตัว ไม่ก่อหนี้โดยไม่จำเป็น ไม่ใช้เงินไปลงทุนในสิ่งที่เราไม่รู้เรื่อง และสุดท้ายต้องไม่โลภ

หลายคนอาจจะคิดว่าเรื่องเกษียณเป็นเรื่องไกลตัวเพราะว่าอายุยังน้อยยังมีเวลาเก็บออมได้อีกนาน นั่นคือความประมาท อย่าลืมว่าช่วงเวลาที่ชีวิตดำเนินไปเรามีความจำเป็นในการใช้เงินตลอดเส้นทางตั้งแต่เกิดยันตาย จึงจำเป็นต้องวางแผนการเงินให้ดีมีการจัดเตรียมเงินให้เพียงพอในแต่ละช่วงวัยเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละช่วงของชีวิต เช่น แต่งงาน ซื้อบ้าน มีลูก ฯลฯ เตรียมให้พร้อม เตรียมให้พอ

ไม่ใช่เรื่องยาก หากเรารู้จักการวางแผนการเงินให้ดี คิดให้รอบคอบกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายชัดเจน มีวินัยเรื่องการออมอย่างสม่ำเสมอ มีการลงทุนอย่างเหมาะสม มีรายได้ต่อเนื่อง รู้จักใช้เครื่องในการออมและการลงทุนอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ระมัดระวังเรื่องการใช้จ่าย ไม่ใช้จ่ายเกินตัว ทบทวนแผนการเงินเป็นระยะเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการเงินต่างๆ สามารถให้คำแนะนำเราได้ เตรียมให้พร้อม เตรียมให้พอ เพื่อชีวิตที่สุขกายสบายใจ

***การวางแผนประกันชีวิตก็เป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจว่าท่านที่ตัดสินใจทำวางแผนชึวิต สุขภาพก็ถือว่าครบถ้วน แต่หลายท่านก็เข้าใจผิดมาตลอด. การทำประกันชีวิต "คนทำไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ทำ" ผมคิดว่าท่านเข้าใจถูกเเค่นิ้วก้อยจาก10นิ้ว จริงๆประกันชีวิตคือสินค้าที่ออกแบบมาให้คนที่มีความรับผิดชอบ รักตนเองและคนที่เรารัก เป็นการวางแผนให้เราเเละครอบครัวอยู่อย่างไรให้มั่นคง ไม่ลำบากหาเงินมารักษาตอนเจ็บป่วย.ค่าษาพยาบาลที่เเพงมาก ไม่ต้องไปถอนเงินที่เก็บมาเพื่อยามเกษียรมารักษาเกิดจ๊ะเอ๋เป็นโรคร้ายแรงขึ้นมา!!!! เมื่อถึงเวลานั้นถึงท่านจะมีเงินออมมากน้อยเเค่ไหน? ก็หมดในพริบตาก่อนจะวางเเผนเกษียรควรเริ่มต้นวางแผนซื้อประกันชีวิตเน้นคุ้มครองรายได้และประกันสุขภาพโรคร้ายแรงไว้ ไม่สายเกินไปที่จะซื้อกองทุนหรือคิดที่จะวางแผนเกษียรภายหลัง เพราะช่วงชีวิตที่ทำงาน สร้างฐานะนั้น ท่านเสี่ยงภัยตลอดเวลา (เเม้ขับรถตัดหน้า มองหน้ากันก็อย่าหวังว่าจะปลอดภัยลูกปืนพร้อมมาโดนเราทุกเมื่อ เชียว) แถมปั้นปลายของชีวิตคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ดูแลตนเองดีพอ!!!ก็มีโรงพยาบาลเป็นบ้านหลังที่2เข้าๆออกๆจนไม่ต้องไปไหน? ดูเอาเองไปโรงพยาบาล ตกใจสร้างยิ่งกว่าโรงเเรม5 ดาวซะอีก นี่เเหล่ะชีวิตคน ชีวิตตน....
ปรารถดี. หมอประกัน
ดูเพิ่มเติม

มหัศจรรย์ เลข 8 ประกันชีวิต

มหัศจรรย์ เลข 8 ประกันชีวิต

18 กรกฎาคม 2013 เวลา 13:32 น.
1 ประกันชีวิต คือสินค้าที่ได้รับการยอมรับจาก100ประเทศทั่วโลกรัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนทำประกันชีวิต

2 ประกันชีวิต คือเงินสดก้อนหนึ่งที่พร้อมจะจ่ายให้ผู้รับประโยชน์ที่ผู้เอาประกันรักและห่วงใยมากที่สุด

3 ประกันชีวิต คือการส่งเสริมให้ผู้เอาประกันมีการออมอย่างเป็นระบบ สร้างความฝันที่ให้เป็นจริงมีเงินเกษียรตามที่ต้องการ เพราะคนส่วนใหญ่ในวัยทำงานใช้ก่อนเก็บ แทนที่เก็บก่อนใช้ /เก็บเพื่อใช้เเทนที่จะเก็บเพื่อเก็บ....

4 ประกันชีวิต คือสินค้าที่ถูกวางขายและประชาชนประมาณ65%ของประเทศไทยยังไม่เข้าใจและยังรอการอธิบายเหตุและผลดีของการประกันชีวิตจากตัวแทนประกันชีวิตที่มีคุณภาพ

5 ประกันชีวิต คือสินค้าที่เสมือนหนึ่งไม่มีประโยชน์เลยในขณะที่ผู้เอาประกันไม่เกิด การแก่ การเจ็บ และจากไป

6 ประกันชีวิต คือการซื้อความเสี่ยงภัยของชีวิต การซื้อระบบการออมที่มีคุณภาพเพื่อการเกษียร การซื้อหลักประกันเรื่องการศึกษาบุตร

7 ประกันชีวิต คือสินค้าที่รัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนวางแผนสร้างหลักประกันเเละให้สิทธิเรื่องนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้ เพราะเป็นแหล่งเงินทุนระยะยาวของประเทศ บริษัทส่วนใหญ่นำเบี้ยประกันกว่า50%มาซื้อพันธบัตรรัฐบาล

8 ประกันชีวิต คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับใครบางคน(บุตร และครอบครัว)ที่หน้าตา บุคลิคคล้ายผู้เอาประกันว่า ในวันที่ตู้ATMเสียและซ่อมไม่ได้(ผู้เอาประกันเปรียบเสมือนตู้ATM) วันนั้นจะมีใครบางคนนำเช็ครับประโยชน์มามอบให้ครอบครัว คนๆนั้นไม่ใช่นายกรัฐมนตรี แต่เป็นตัวแทนขายประกันชีวิต


คุณๆ จะซื้อประกันชีวิต แบบรู้จริง ต้องอ่าน!!!!

คุณๆ จะซื้อประกันชีวิต แบบรู้จริง ต้องอ่าน!!!!

18 กรกฎาคม 2013 เวลา 13:24 น.
1 อย่าคิดว่าการซื้อประกันซื้อเมื่อไหร่?ท่านก็ซื้อได้ รอให้พร้อมก่อนค่อยซื้อ เพราะประกันชีวิตออกแบบขายให้เฉพาะคนที่สุขภาพดีถึงปานกลาง มีความสามารถที่จะส่งเบี้ยประกันชีวิตได้ตามสัญญา มีอาชีพที่มั่นคง และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่ฟอกเงิน ที่สำคัญมีความรับผิดชอบต่อตนเองและครอบครัวเท่านั้น

2 จะซื้อทุนประกันชีวิตเท่าไรดี?? เมื่อพิจารณาจากรายจ่ายของตนเองและครอบครัว ถ้ามีมากกว่า หรือ99%ของรายได้100%ต่อเดือน คูณจำนวนปีที่มีภาระหนี้อยู่(ภาระหนี้สินหมายถึง ค่าใช้จ่ายที่คุณต้องรับผิดชอบเช่น ผ่อนสารพัด ปัจจัยสี่ของครอบครัวถึงแม้คุณเสียชีวิตไป หรือฆ่าตัวตาย ภาระหนี้สินยังคงเป็นภาระของครอบครัว ยกเว้นค่าใช้จายของคุณเอง ) เช่น คุณมีภาระหนี้สินต่อเดือน50,000บาท รวมต่อปี=600,000บาท ระยะเวลาที่เหลือของภาระหนี้สิน=20ปี คูณ600,000บาท รวมภาระหนี้สิน=12,000,000ล้านบาทต่อ20ปี> นำเงินภาระหนี้สินมาหักลบ ออกจาก เงินเก็บ หรือทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องสูงเช่นพันธบัตร ประกันชีวิต ทองคำ หุ้นกู้ กองทุน เงินฝาก เช่น3,000,000บาท ลบแล้วผลลัพย์จะ=9,000,000บาท....=คุณจะมีความเสี่ยงของครอบครัวอยู่ที่9,000,000ล้านบาท กรณีมีเหตุการที่ไม่คาดคิดเช่น อุบัติเหตุ เจ็บป่วยรุนแรง เสียชีวิต พิการถาวร >ครอบครัวจะแก้ไขปัญหาการติดลบนี้อย่างไร? คำตอบคือ??? การซื้อประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองสูง เบี้ยประกันไม่แพง(ไม่ใช่แบบสะสมทรัพย์)เพราะประกันชีวิตเป็นสินค้าชนิดเดียวที่ใช้เงินก้อนเล็กสร้างวงเงินทุนประกันที่สูง เจ้าหนี้ยึดไม่ได้ ไม่เสียภาษี ระบุผู้รับประโยชน์ทันทีไม่ต้องมีภาระในขณะที่คุณเสียชีวิตไปแล้ว

3 เลือกซื้อกับบริษัทประกันชีวิตที่ มีความมั่นคงสูง มีผลประกอบการที่ดี ผู้บริหารมีธรรมมาภิบาล คุณสามารถดูผลประกอบการได้ที่เวปไซค์ของคปภ.http://www.oic.or.th/ที่จะมีรายละเอียดให้คุณสามารถตรวจสอบได้

4 เลือกซื้อกับตัวแทนที่คุณคิดว่าสามารถดูแลคุณได้ตลอดสัญญาและให้คำปรึกษาได้ตลอดการทำประกันชีวิต ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ลดเบี้ยประกันให้คุณ ไม่ขอให้คุณช่วยเหลือโดยอ้างว่า ขาดเป้าหมายถ้าไม่ถึงบริษัทจะตัดสัญญา เพราะถ้าคุณช่วยตัวแทนที่ทำลักษณะนี้ เชื่อเลยว่าคุณจะไม่ได้รับการดูแลได้ครบสัญญาแน่นอน เพราะตัวแทนผิดจรรยาบรรณ พูดเท็จและไม่จริงใจตั้งแต่เเรก ตามกฏระเบียบแล้วบริษัทประกันส่วนใหญ่ให้โอกาสตัวแทน และไม่มีสิทธิที่จะไล่ตัวแทนออกกรณีไม่มีผลงานขายภายในระยะเวลา1ปี ตัวแทนสามารถมาต่อสัญญาได้ขอมีงาน1-3ราย บริษัทพร้อมให้โอกาสเสมอๆ

5 เมื่อคุณซื้อประกันชีวิตแล้ว อย่าคาดหวังว่าตัวแทนที่เราเลือกดีแล้ว จะดูแลคุณจนครบสัญญา(ตามข้อ4) เพราะในความเป็นจริงไม่มีใครในโลกนี้ที่ดี100% ขอให้พบตัวแทนที่ดีมากกว่าแย่ ก็พอใจแล้วและขณะที่เวลาผ่านไปตัวแทนมืออาชีพท่านนั้นอาจจะหายไป ติดต่อไม่ได้ ด้วยเหตุส่วนตัว เสียชีวิตไปก่อน เจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ ให้คุณติดต่อบริษัทโดยตรงหรือขอเปลี่ยนตัวแทนบริการด็ย่อมได้

6 เมื่อซื้อประกันชีวิตฉบับแรก ทุกๆ1-5ปีควรจะมาพิจารณาปรับซื้อลดเพิ่มสัญญาเพิ่มเติมทุนประกันให้สามารถรองรับการที่ค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ แต่มีข้อเสียคือ สุขภาพของคุณต้องอยู่ในเกณฑ์มาตราฐานและเบี้ยประกันจะสูงขึ้นตามอายุ

7 การซื้อสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพกรณีเป็นผู้ป่วยใน-นอกควรจะซื้อที่ใดที่หนึ่งจะดีกว่าซื้อหลายบริษัท เพราะใบเสร็จค่าใช้จ่ายจริงบริษัทจะใช้ตัวจริงในการเครมเท่านั้น ยกเว้นการซื้อเงินชดเชยต่างๆ

8 ประกันชีวิตเหมือนกับไม่มีค่าใดๆในขณะที่คุณสุขภาพดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บแต่จะมีคุณค่าทันทีเมื่อคุณเจ็บป่วยและเกิดความไม่ปลอดภัย ทั้งรางกายและอุบัติเหตุฉุกเฉิน ****แต่ถ้าส่งไปนานๆคุณอาจจะเบื่อหรือกรณีที่คุณมีภาระที่มากขึ้นๆขาดเงินสดหมุนเวียน สิ่งที่คุณจะนึกถึงเป็นสิ่งสุดท้ายคือ ระบบการช่วยเหลือฉุกเฉินหรือการกู้เงินตามกรมธรรม์ โดยคิดจากมูลค่าเงินสดในกรมธรรม์ได้ (ดูจากตารางในกรมธรรม์) ถ้าคุณจำเป็นต้องเลือกที่จะขอเวนคืนกรมธรรม์เพื่อปิดสัญญา หรือขยายระยะเวลาและ ใช้มูลค่าสำเร็จอย่างใดอย่างหนึ่ง ข้อควรระวังคือถ้าคุณคิดที่จะปิดเวนคืนกรมธรรม์มีค่านี้ ขอรับแบบเวนคืนเงินสดเงินสดที่ได้นั้นจะเท่ากับหรือน้อยกว่า(จะไม่เท่ากันแล้วแต่แบบประกัน) ให้คุณเลือกที่จะกู้กรมธรรม์ดีกว่าปิดกรมธรรม์เพราะคุณยังได้รับความคุ้มครองต่อในระยะเวลาที่เหลือจนกว่าจะครบปีกรมธรรม์แต่ถ้าเลือกปิดกรมธรรม์ทันทีความคุ้มครองจะขาดลงทันที ขาดความคุ้มครอง ครั้นเมื่อจะกลับมาต่อกรมธรรม์ก็ไม่สามารถทำได้ ต้องสมัครใหม่ ถ้าคิดจะทำใหม่ก็ สุขภาพไม่ดีแล้ว กรุณาติดต่อบริษัท ตัวแทนและคิดข้อดีข้อเสียก่อนที่จะทำอะไรกับกรมธรรม์ของคุณเอง

วันอังคารที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2555

แนะนำตัว

นายรุ่งเรือง  รุ่งแพ ตัวแทนประกันชีวิต  เอ ไอ เอ หน่วยเหรียญทอง 3 เอส 23
รหัสตัวแทน 430977 เลขที่ใบอนุญาติ 5301020669
สำนักงาน 52/38 ม.9 อาคารแหลมทอง-แหลมฉบัง ถ.สุขุมวิท
ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20230
โทร.038-401401 ต่อ110  แฟกซ์ 038-401402
มือถือ 081-0016440,081-4227300
รับทำประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ประกันกลุ่ม ฯลฯ ทั่วประเทศ
เราดูแลทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดทั่วไทย